“ผู้หญิงเกิดมาด้วยจำนวนของไข่ที่มีอยู่จำกัด
และถ้าคุณทำร้ายมัน คุณก็จะลดโอกาสที่ไข่จะถูกผสมและการตั้งครรภ์ที่ประสบผลสำเร็จ” นายแพทย์โรเบิร์ตส สติลแมน
ผู้อำนวยการศูนย์การมีบุตรเชคดี้ โกรฟ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และโฆษกชมรมการเจริญพันทางการแพทย์แห่งอเมริกากล่าว
เหตุการณ์แบบเดียวกันนี้รวมไปถึงอวัยวะในการสืบพันธุ์อื่นๆของร่างกาย เช่น
ปีกมดลูก มดลูก และปากมดลูก
ความจริงแล้วอุปสรรคที่สำคัญที่สุดต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ ก็คือ อายุ
ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณ ควบคุมไม่ได้ กรรมพันธุ์ก็เป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง
ถ้าแม่ของคุณเข้าสู่ช่วงวัยทองเร็ว (อายุเฉลี่ย คือ 51)
คุณอาจจะถูกกำหนดทางพันธุกรรมให้เป็นแบบเดียวกัน แต่คุณสามารถควบคุมปัจจัยอื่นๆได้
ดังนั้น จงใช้มาตรการ 5 อย่างนี้
เพื่อช่วยให้คุณมีโอกาสที่ดีที่สุดที่จะไม่มีปัญหาในการตั้งครรภ์ในภายหลัง
รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
ถ้าคุณเป็นเหมือนผู้หญิงทั่วๆไป
คุณจะมองว่าไขมันในร่างกายเป็นศัตรูตัวฉกาจ
แต่นี่คือความจริงที่อาจจะช่วยให้คุณมองลำแขนอวบหรือมีพุงเล็กๆในแนวใหม่
ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้วงจรในการสืบพันธุ์ของคุณทำงานอย่างปกตินั้นถูกสะสมอยู่ในไขมัน
ถ้าคุณไม่มีไขมันที่พอเพียง ไม่ว่าเพราะจากการที่คุณรับประทานอาหารไม่พอ
หรือคุณออกกำลังกายอย่างหนักเกินไป
ความสามารถในการมีบุตรของคุณอาจตกอยู่ในอันตรายได้ “ที่ถูกแล้วผู้หญิงควรมีไขมัน 22-25
เปอร์เซ็นต์ของในร่างกาย และถ้ามันลดลงต่ำกกว่า 19 เปอร์เซ็นต์ คุณอาจจะมีปัญหาในการตกไข่” นพ.
วิลเลี่ยม เบต ศาสตราจารย์ด้านสูติ-นรีเวช
แห่งศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ ในแนชวิลล์กล่าว
ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่มีบุตรยากจากการที่มีไขมันในร่างกายน้อย
แค้เพิ่มน้ำหนักก็จะช่วยให้ไม่มีปัญหาในการมีบุตร แต่ถ้าคุณน้ำหนักตัวน้อยมากหรือออกกำลังกายอย่างหนักจนประจำเดือนขาดหายไป
บางทีคุณอาจจะไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อีก
ถึงแม้คุณจะมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
ในทางกลับกัน
น้ำหนักตัวที่มากเกินไปก็ทำให้คุณตั้งครรภ์ได้ยากเหมือนกัน “ผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 20
เปอร์เซ็นต์ของมาตรฐาน
ซึ่งตามปกติแปรค่าไปเป็นดัชนีมวลของร่างกายได้มากกว่า 25 อาจจะผลิตเอสโตรเจนมากเกินไป
และฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจนก็มากเกินไปด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้พวกเธอมีบุตรยาก” นพ.สติลแมน กล่าว (คุณสามารถทราบค่าดัชนีมวลของร่างกายของคุณจาก ivillage.com/diet)
ในขณะที่การมีบุตรยากแบบนี้สามารถกลับมาปกติได้เหมือนเดิม
เมื่อคุณลดน้ำหนักที่เกินมา พวกเราก็รู้ว่ามันยากเย็นอย่างไร ดังนั้น
ถ้าคุณมีน้ำหนักที่เกินมาถึง 20 ปอนด์หรือมากกว่า
และคิดว่าวันหนึ่งคุณจะตั้งครรภ์ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ปีสองปีนี้
ก็ให้เข้าสู่โปรแกรมลดน้ำหนักซะตอนนี้
เลิกบุหรี่
มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คุณไม่ควรสูบบุหรี่
รวมไปถึงสารพิษในบุหรี่ที่สามารถฆ่าและทำลายไข่ในรังไข่ของคุณ “บุหรี่ควรมีฉลากเตือนเขียนว่า
ผลิตภัณฑ์นี้สามารถทำให้เกิดผลร้ายต่อความสามารถในการมีบุตรของคุณ” นพ.สติลแมน กล่าว
เพราะว่าปริมาณของไข่ที่คุณมีอยู่จำนวนคงที่ ยิ่งคุณทำร้ายมันมากเท่าไหร่
คุณก็ยิ่งจำกัดโอกาสของคุณในการตั้งครรภ์ และมีคุณภาพครรภ์ที่สมบูรณ์
ถ้าคุณสูบบุหรี่ รวมไปถึงการติดนิโคติน ทำให้ระยะเวลาที่จะมีบุตรได้ของคุณสั้นลง
ข่าวดีก็คือ ถ้าคุณหยุดสูบตอนนี้ คุณก็หยุดการถูกทำลาย “ผลกระทบนี้ไม่สามารถคืนกลับสู่สภาพเดิมได้
แต่นาทีที่คุณหยุดสูบบุหรี่ คุณก็หยุดผลร้าย” นพ.สติลแมนกล่าว
มีเซ็กซ์แบบปลอดภัย
และทำการตรวจทางนรีเวช
มันน่ากลัวที่สิ่งที่เสี่ยงที่สุดต่อการมีบุตรของคุณก็คือ
โรคซึ่งไม่ปรากฏอาการ :
โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID) มันสามารถทำให้เกิดแผลเป็นบนท่อนำไข่
ทำให้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ที่ไข่จะผสมกับสเปิร์ม ท่อนำไข่ที่ถูกทำลายยากต่อการรักษา
และสามารถทำให้คุณเป็นหมันได้อย่างถาวร ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง 12
เปอร์เซ็นต์ที่เป็น PID นพ.เดวิด เอสเชนแบช
ประธานภาควิชาสูติ-นรีเวช มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ วอชิงตัน
ในซีแอทเทิล
PID มีสาเหตุมาจากคลามีเดียและโกโนเรีย
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซึ่งรักษาได้ง่าย
แต่สามารถนำไปสู่ปัญหาใหญ่ถ้าคุณไม่รักษาให้ทันท่วงที อาการโดยเฉพาะของโกโนเรีย
ได้แก่ เลือดออกในขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดหรือเจ็บขณะปัสสาวะ
ตกขาวสีเหลืองหรือมีเลือดปน หรือคุณอาจจะไม่มีอาการปรากฏ และสามารถทำให้เป็น PID
ภายในไม่กี่สัปดาห์ ถ้าไม่รีบรักษา
ถุงยางอนามัยช่วยป้องกันโรคติดเชื้อทั้งสองชนิดนี้ได้
ดังนั้นการมีเซ็กซ์แบบปลอดภัยเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันตัวคุณเอง
แต่ถ้าคุณมีเซ็กซ์แบบไม่ป้องกัน หรือถึงยางอนามัยเลื่อนหลุด หรือฉีกแตก จงไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อขอตรวจคลามีเดียและโกโนเรีย
“การตรวจนี้ไม่รวมอยู่ในตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบพื้นฐาน
คุณต้องขอให้มีการตรวจ”
นพ.เอสเชนแบชกล่าว และถึงแม้คุณจะมีเซ็กซ์แบบปลอดภัย
คุณก็ควรขอให้มีการตรวจนี้พร้อมกับการตรวจภายในประจำปี จะได้เป็นการปลอดภัย
การติดเชื้อทั้งสองชนิดนี้รักษาได้ง่ายด้วยยาปฏิชีวนะ
แต่มันก็สำคัญที่ต้องแน่ใจว่าคู่ขาของคุณต้องได้รับการรักษาด้วย
มิฉะนั้นคุณก็จะติดเชื้อนี้ได้อีก
ให้ความสนใจกับการปวดอุ้งเชิงกราน
ถ้าคุณมีประจำเดือนอย่างหนักและปวดแบบเฉียบพลัน หรือความรู้สึกปวดอื่นๆ
ตรงบริเวณอุ้งเชิงกราน อย่าแค่กินยาแก้ปวดแล้วไม่ใส่ใจกับมัน
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายต่อความสามารถในการมีบุตรของคุณ
การปวดอุ้งเชิงกราน (มักรวมถึงการปวดลึกๆ เหมือนถูกแทงระหว่างการมีเซ็กซ์)
การปวดเกร็งอย่างมากระหว่างมีประจำเดือน
และเลือกออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบการมีประจำเดือน
เหล่านี้เป็นอาการของเอ็นโดรเมทริโอซีส
ซึ่งก็คือการที่เนื้อเยื่อที่บุผนังด้านในของมดลูกเริ่มที่จะมีการเติบโตออกมาภายนอก
พญ.แนนซี ไคลน์ ผู้อำนวยการแพทย์ ของโปรแกรมเทคโนโลยีที่ช่วยในการมีบุตร
มหาวิทยาลัยวอชิงตันบอก เอ็นโดเมทริโอซีสเป็นในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ประมาณ 10
เปอร์เซ็นต์ และทำให้เป็นหมัน 30-40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนี้
แต่ถ้าคุณตรวจพบมันได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
“ถ้าคุณพบว่าคุณเป็นเอ็นโดเมทริโอซีสเร็ว
คุณก็สามารถยับยั้งการลุกลามของมันได้” พญ.ไคลน์กล่าว
การรักษาตามปกติโดยการให้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบต่อเนื่อง
ซึ่งจะช่วยให้เยื่อบุผนังมดลูกบาง และหยุดยั้งการเติบโตมากเกินไป
ความผิดปกติอย่างอื่นที่นำไปสู่ปัญหาการมีบุตรยากก็คือ
ก้อนไฟบรอยส์ของมดลูก ซึ่งก็คือเนื้องอกแบบที่ไม่ใช่มะเร็ง และเป็นในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์
อย่างน้อยถึง 25 เปอร์เซ็นต์ อาการของไฟบรอยส์ก็คือ ประจำเดือนมามากขึ้นเรื่อยๆ
และปวดอุ้งเชิงกรานอย่างเลวร้ายในระหว่างมีประจำเดือน
ไฟบรอยส์ไม่ได้ทำให้เสี่ยงต่อการมีบุตรเท่ากับเอ็นโดเมทริโอซีส
แต่มันสามารถทำให้เกิดปัญหาถ้าตรวจไม่พบ “ถ้ามันทำให้ผนังเยื่อบุมดลูกผิดรูปร่างไป
ก็จะทำให้ตัวอ่อนท่ถูกผสมแล้วยากที่จะฝังตัวได้” พญ.ไคลน์กล่าว
ถ้าไฟบรอยส์ใหญ่มากกว่าสามเซนติเมตรหรือกำลังโตขึ้น
แพทย์อาจแนะนำให้กินยาเพื่อให้มันโตช้าลง หรือผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก
แต่ยังคงความสามารถในการมีบุตรของคุณไว้
กำจัดความทุกข์กังวล
ถ้าคุณมีปัญหานอนไม่หลับหรืออาการวิตกจริตเกินเหตุ
รีบหาสาเหตุของความกังวลของคุณเดี๋ยวนี้ “ความทุกข์กังวลที่รุนแรงสามารถยับยั้งการตกไข่” พญ.แมรี่ เจน มินกิน
ศาสตราจารย์ทางด้านสูติ-นรีเวช มหาวิทยาลัยแพทย์เยล
และผู้ประพันธ์หนังสือเรื่อง The Yale Guide to Women’s Reproductive
Health กล่าว ถึงแม้จะยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่นอน
แพทย์เชื่อว่าที่เกิดขึ้นก็เพราะว่าต่อมไฮโปธาลามัส
ควบคุมการตอบสนองของสารเคมีในร่างกาย ต่อทั้งความเครียดและฮอร์โมนเพศ
ถ้าอย่างแรกมีมากเกินไป ก็จะมีผลต่อการผลิตของอย่างหลัง
ขณะที่ความเครียดที่คุณมีอยู่ทุกวันนี้
ไม่ได้ทำลายความสามารถในการมีลูกของคุณอย่างถาวร
แต่คุณก็ควรจะเริ่มเรียนรู้ที่จะรับมือกับมัน ก่อนที่คุณจะพยายามมีลูก ลองหัดโยคะ
เรียนฝึกลมหายใจ หรือทำอะไรก็ได้เพื่อจะให้ตัวคุณรู้สึกผ่อนคลาย
มันไม่ใช่แค่เป็นการฉลาดในการเตรียมตัวสำหรับวันที่คุณจะพยายามเพื่อที่จะตั้งครรภ์ แต่มันยังทำให้ เดือน ปี หรือทศวรรษ
จนกระทั่งเวลาทั้งหมดมีความสนุกสนานมากขึ้น
COSMOPOLITAN ตุลาคม 2003
http://images.voicecdn.net/contents/640/330/horizontal/55760.jpg

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น